Posts Tagged ‘สรรพคุณของมะเกลือ’

ผลมะเกลือดีอย่างไร

Tuesday, January 10th, 2012

ผลมะเกลือดีอย่างไร

สรรพคุณที่เป็นประโยชน์ของมะเกลือ

ฤทธิ์ของมะเกลือที่มีผลต่อการขับพยาธิ

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญของผลมะเกลือคือมีฤทธิ์ช่วยขับพยาธิ Toxicara canis และ Ancyclostoma canium ในสุนัข ในผลมะเกลือสดนั้น   ผลมะเกลือปริมาณ 1.9 กรัม/กิโลกรัม จะไม่สามารถช่วยในการขับพยาธิได้เลย ส่วนวิธีในการทดลองโดยนำน้ำคั้นผลมะเกลือสดให้แก่สุนัข ปริมาณ 80 มล. ด้วยวิธีการให้ทางท่อสอดใส่เข้าไปถึงกระเพาะอาหาร เราก็จะพบว่าถ้าใช้มะเกลือชนิดผลขนาดที่ใหญ่สีเขียวนวล พบว่ามันสามารถช่วยขับพยาธิปากขอได้ 61.9 – 100%  เลยทีเดียวแต่ถ้าเราใช้ผลมะเกลือชนิดผลที่มีขนาดกลมเล็กสีเขียว เราก็จะพบว่ามันสามารถช่วยในการขับพยาธิปากขอได้ 58.2 – 67.5% และมีผลขับพยาธิปากขอชนิด Ancylostoma canium ได้มากกว่า A. ceylanicumในขณะที่ได้ศึกษาประสิทธิภาพของผลมะเกลือ นั้น มีวิธีในการทำลายไข่พยาธิ ด้วยวิธีการผสมอุจจาระกับผลมะเกลือนานประมาณ 48 ชั่วโมงนั้น.  ส่งผลให้การเจริญเติบโตในช่วงเวลาของไข่จนถึงระยะตัวอ่อนนั้น มีการเจริญเติบโตลดลง   ได้มีผู้ทำการทดลองโดยการนำเอาสารสกัดซึ่งเป็นอนุพันธุ์ acetate ไปทดลองใช้กับสุนัข โดยพบว่าผลมะเกลือใช้ได้ผลดีกับพยาธิทั้ง 4 ชนิดนี้  Ancyclostoma canium, Diphyllobothrium latum, Dipyridium canium, Trichuris vulpis

 การออกฤทธิ์ในการขับพยาธิ

จากการทดลองของผลมะเกลือนั้นพบว่าในผลมะเกลือมีสาร diospyrol diglucoside ซึ่งจะสามารถละลายน้ำได้ดีเลยทีเดียว จึงไม่สามารถถูกดูดซึมผ่านเข้าไปในลำไส้ แต่มันจะลอยอยู่ในลำไส้ จึงได้ถูกพยาธิกินเข้าไป ซึ้งเป็นสาเหตุที่ทำให้พยาธิตาย

คลีนิคได้มีการทดลองใช้ขับพยาธิ

โดยในสารสกัดของผลมะเกลือนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่ใช้ในการรักษาคนไข้มันช่วยสามารถฆ่าพยาธิตัวตืด หรือพยาธิไส้เดือนได้ดีเลยทีเดียว   และยังได้มีนักวิจัยได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับรายงานการใช้ผลมะเกลือในปี พ.ศ. 2477-2478   ในช่วงนั้นจะมีรายงานการรักษาคนไข้โรคพยาธิปากขอ ของทางโรงพยาบาลศิริราช โดยจะพบว่าผลมะเกลือสามารถส่งผลดีต่อการรักษา แล้วนำรายงานผลการรักษาของคนไข้จำนวน 63 คน ใช้วิธีการนำน้ำคั้นจากผลสดจำนวน 4,380 กรัม ไปผสมเข้ากับน้ำมะพร้าวจำนวน 3,000 มิลลิลิตร และขนาดที่ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วยที่ใช้ทดลองโดยมีขนาด 3 มิลลิตร ต่ออายุ 1 ปี ปริมาณที่ใช้ในการทดลองสูงสุดคือขนาด 75 มิลลิลิตร  โดยจะพบว่า 6 วัน หลังจากที่การให้ยาครั้งแรก ได้มีไข่พยาธิลดจำนวนลงในคนไข้ 9 คน และยังพบพยาธิลดลงจากการตรวจสอบด้วยวิธี Willis ในคนไข้จำนวน 22 คน   และนอกจากนี้ยังมีรายงานการรักษาเด็กที่เป็นพยาธิปากขอ ในโรงเรียนจำนวน 40 แห่ง โดยนำน้ำคั้นผลสดผสมน้ำมะพร้าว สามารถช่วยในการรักษาพยาธิปากขอได้ดีกว่า Ascaris lumbricodes และ Trichuris trichicura  ทั้งยังได้ผลดีกว่าการรักษาด้วย hexylresorcinol    โดยเราจะพบผลข้างเคียงแค่เพียงเล็กน้อยกับคนไข้ไม่กี่รายเท่านั้น คือ อาการคลื่นไส้ อาการอาเจียน และอาการท้องเสีย เป็นต้น
และในปี พ.ศ. 2481 นายแพทย์เวก เนตรวิเศษ ได้การทดลองด้วยวิธีการนำผงมะเกลือที่สกัดแล้วมาทดลองให้เด็กและผู้ใหญ่ได้รับประทานในปริมาณ 2-4 กรัม แล้วเราพบว่าสามารถช่วยฆ่าพยาธิปากขอ พยาธิตัวตืด พยาธิเส้นด้าย และพยาธิตัวกลมได้ดี
จากรายงานการวิจัยของนายแพทย์มงคล โมกขะสมิต ได้ทำการทดลองรักษาด้วยวิธการนำตะกอนที่เกิดจากการใส่ acetic acid ลงในไปสารสกัดแอลกอฮอล์ ให้ผู้ป่วยจำนวน 50 คน ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีพยาธิชนิดต่าง ๆ   ปริมาณที่ใช้กับผู้ใหญ่คือขนาด 2-4 กรัม   และใช้กับเด็กขนาด 0.1 กรัมต่ออายุ 1 ปี และหลังที่ได้รับการรักษาไม่พบว่ามีพยาธิชนิดต่าง ๆ และไข่พยาธิปากขอทั้งชนิด Ancylostoma duodenale และ Necator americanus ในอุจจาระคนไข้    และยังส่งผลที่ดีต่อคนไข้ทั้ง 6 คน ที่เป็นพยาธิชนิดต่าง ๆ รวมถึงพยาธิตัวแบน 2 ชนิด คือ Taenia saginata และ T. solium
และยังมีรายงานการวิจัยของอีกท่านคือแพทย์หญิงเจริญศรี และคณะ ได้ทำการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของสารสกัดจากผลมะเกลือสดด้วยแอลกอฮอล์ ในการรักษาคนไข้ที่เป็นโรคพยาธิปากขอ โดยใช้ผลมะเกลือปริมาณ 50 มิลลิกรัม โดยใจะให้ผู้ป่วยหลังอาหารเช้า 10 ชั่วโมง แล้วนำมาเปรียบเทียบกับการใช้ tetracholrethylene ในขนาดรักษาปริมาณ 0.1 มิลลิกรัม  ซึ่งจากากรทดลองพบว่าสารสกัดยังสามารถช่วยลดจำนวนไข่ของพยาธิได้ประมาณ 93.9+ 3.3%   ส่วน tetracholrethylene ลดไข่ของพยาธิได้ 98.8+1.2% อัตราการรักษาโรคพยาธิปากขอคิดเป็น 50.0% - 77.3% ตามลำดับ ส่วนผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นในกลุ่มคนไข้ที่ทำการรักษา คือ อาการคลื่นไส้ อาการอาเจียน อาการวิงเวียน และอาการปวดท้อง เป็นต้น   จากการทดลองข้างต้นนั้นพบว่าน้ำคั้นจากผลมะเกลือผสมน้ำปูนใสส่งผลให้การรักษาได้ผลดีในคนไข้ที่เป็นพยาธิปากขอ ถ้านำผลอ่อนมาทำการรักษาจะได้ผลดีกว่าผลแก่ แต่ว่าวิธีนี้ไม่ควรถึงแม้ว่าสารสกัดจะมีรสหวาน เพราะว่าด่างมันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สามารถดูดซึมง่าย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายสามารถทำให้ตาบอดได้เลยทีเดียว    (มีต่อ…)